ของเก่าเล่าใหม่ (2)

จากบทความก่อนพูดถึงแนวการแต่งตัวสไตล์วินเทจไปสองช่วง แล้ว ได้แก่ ยุคช่วง 1920 ที่เรียกว่า อาร์ตเดคอ ตัวอย่างเสื้อผ้าแนวนี้ เช่น ชาแนล ต่อมาในยุค 1930 เรียกว่า อาร์ตเดคอมีลายผ้างามๆ เล่นดีเทลและช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ยุค 1940 แนวหวานแบบ เสื้อ Blouse ผูกโบว์ กันไปแล้ว ยังมีวินเทจอีกสามช่วง ที่พอเป็นไอเดียในการแต่งกายได้
,ช่วงยุค 1950 ยุคนี้จะออกร๊อคเล็กๆ ดีไซน์เนอร์ชื่อก้องระดับตำนาน ได้แก่ คริสเตียน ดิออร์ โดยจะเน้นความเรียบหรู ไอดอลของแนวนี้คือมารีลีน มอนโรว์ ถือว่าเป็นจุดสตาร์ทของร็อคแอนด์โรล
,ได้เวลาของยุคซิกส์ตี้ ที่โด่งดัง ช่วง 1960 เดรสในช่วงนี้จะเป็นกระโปรงบาน จัดเต็มศรีษะจรดปลายเท้า ผมตีโป่ง หรือจะเลือกเปรี้ยวๆ ด้วยผมสั้นเก๋ๆ แต่งหน้าแบบตุ๊กตาน่ารักน่าชัง และช่วงนี้เองที่จั๊มพ์สูทเริ่มนิยม
,ยุคฮิปปี้มาสู่ยุคดิสโก้ ในปี 1970 ด้วยเป็นยุคแห่งอิสระ เสรี ดังนั้น จึงส่งผลต่อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ทำให้เสื้อผ้ามีแลลใส่สบาย หลวมๆ บางเบา แน่นอนว่า ยุคนี้ต้อง ขาบานหรือขาม้า เท่านั้น
,ยังมีเสื้อผ้าแนวคนเดินดินกินข้าวแกง หรือเรียกโก้ๆ ว่า สตรีทแฟชั่น ด้วย แต่อาจไม่วินเทจ แต่ได้รับความนิยมตอนนี้ เพราะความที่สตรีทแฟชั่น ไม่ได้เน้นคัตติ้ง เหมือนการตัดเย็บแบบโอตกูร์ตูร์ตามรันเวย์ดัง อย่างอิตาลี หรือฝรั่งเศส แต่ตื่นตาตื่นใจด้วยอิสระในการมิกซ์แอนด์แมตช์ นิยมเสื้อลายขวาง หาซื้อได้ง่ายทั้งบนห้างดัง และตามตลาดนัด หรือท้องตลาด ราคามีตั้งแต่ถูก ย่อยเยาว์ไปจนแพงก็มี มีทั้งแขนสั้นและแขนยาวให้ได้เลือกใส่กันไปตามสภาพอากาศ
เสื้อผ้าแฟชั่นแบบสตรีทแฟชั่นต่อมาคือ ลายทหาร หรือ ลายพราง แต่งให้ดีก็ม๊ะได้ ไม่ได้ดูสกปรกอย่างที่คิด อีกอย่างหนึ่ง เสื้อผ้าแฟชั่นลายทหารเป็นที่นิยมในหญิงสาวตอนนี้ หากแต่งเป็นคู่ก็เก๋ไปอีกแบบ
เสื้อผ้าแฟชั่นลายทหารเป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่หาซื้อไม่ยากเย็น แอพพลายใส่กับอะไรก็ไม่ยาก ซึ่งหากกำลังมองหาเสื้อผ้าแฟชั่นลายทหารควรเลือกโทน เขียวขี้ม้า น้ำตาล สีแนวเอิร์ธโทน (earth tone) สีแนวนี้ ทำให้ลุคดูลุย ขรึมแต่ ทะมัดทะแมง เสื้อผ้าแฟชั่นลายทหารมีหลายแบบ ทั้ง เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต แจคเก้ต กางเกง .. หากยังเก็บหมวก หรือเสื้อสมัยเรียน รด. ไว้ ลองไปหามาดู เผื่อยังอินอยู่

Leave a Reply