เสื้อผ้าน่าทึ่ง 3

นอกจาก กระโปรงสุ่มไก่ ผ้าปกปิดอวัยวะแสดงความเป็นชาย รองเท้ายกพื้นสูง แล้ว ในสมัยโบราณ หญิงสาวมักนิยมให้หน้าเกลี้ยงเกลา ถึงกับปราศจากขนบนใบหน้ากันเลย
,เทรนด์นี้ เกิดในช่วงยุคศตวรรษที่ 11 สาเหตุที่เสื้อผ้าแฟชั่นไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกฐานะในยุคนี้ เพราะ เสื้อผ้ามีการเปลี่ยนแปลงช้า เพราะวัสดุในการตัดเย็บเป็นของที่หาได้จากท้องถิ่นเท่านั้น และเพื่อให้มีความแตกต่างในการบ่งบอกฐานะทางสังคม จึงจำต้องหาตัวชี้วัด นั่นก็เกิดเป็นวิธีการกำจัดเส้นผม และขนบริเวณบนใบหน้า ได้แก่ บริเวณคิ้ว ขนตา และไรผมบนหน้าผาก สาวๆ ที่มีฐานะดีก็ต้องทำการกำจัดขนอ่อนนี้ทุกวัน แต่ผลที่ตามมาคือได้ใบหน้าเกลี้ยงเกลาและหน้าผากสูงมาแทน แฟชั่นไร้ขนบนใบหน้านี้ได้รับความนิยมกันอย่างยาวนาน จวบจนถึงสมัยของพระนางอลิซาเบธที่ 1 กินเวลากว่าพันปี
,หากสมัยนี้มีที่คาดผม หรือผ้าคาดผม สู่ช่วงศตวรรษที่ 15 ก็มีเช่นกัน เป็นเทรนด์เครื่องประดับศีรษะ หรือ Headdresses สาวๆ ชนชั้นสูงจะต้องสวมใส่เครื่องประดับศีรษะ โดยมีวัสดุที่มีความหรูหรา ยึดติดกันไว้โดยเส้นลวด รูปทรงจะมีอิสระ แล้วแต่ว่านางจะมีไอเดียบรรเจิดเท่าไร ยิ่งอลังการงานสร้าง ยิ่งแสดงถึงว่าเป็นผู้มีอันจะกิน แต่อย่างว่า มากไปก็อาจกลายเป็นตัวประหลาด กลายเป็นที่ซุบซิบ หัวร่อต่อกระซิกของคนเดินดินในยุคนั้น แต่ก็มีเทรนนี้อยู่กว่าร้อยปีเช่นกัน และห่างหายไปจากวงการ และหวนมาฮิตอีกครั้งในช่วงศตวรรษที่ 18 ก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศส นางที่มีเครื่องประดับบนศรีษะจนเป็นไอดอลในช่วงนั้น ก็คือ พระนางมารี อองตัวเนต เธอมักสวมเครื่องประดับใหญ่โตบนศรีษะ เทอะทะ หนา และบางทีอาจใส่ไม่ถอด เกิดเป็นความสกปรกไป

Leave a Reply